Web Development

Web Development ที่ดีช่วยให้ธุระกิจก้าวกระโดดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

Web Development คืออะไร เนื่องจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมีการเติบโตที่ค่อนข้างซับซ้อน และจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาตลอดเวลาบนอินเทอร์เน็ต นักพัฒนาต้องมีความเชี่ยวชาญมากขึ้นเสมอ การพัฒนาเว็บในข้างต้นหมายถึงสิ่งต่างๆมากมายที่มักขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักพัฒนาเว็บมีความเชี่ยวชาญสามประเภทหลัก ได้แก่

Front End Development การพัฒนาโปรแกรมหน้าบ้าน (ส่วนที่มองเห็นได้ของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน)
Back End Development Program หลังบ้าน (งานเบื้องหลังประเภทฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน)
Full Stack Developer การพัฒนา Full stack ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านเป็นความเชี่ยวชาญที่สมบูรณ์แบบของทั้งคู่ สามารถใช้กับเว็บสแต็กสแต็กมือถือหรือสแต็กแอปพลิเคชันเนทีฟแอปพลิเคชันเนทีฟเช่นโปรแกรมซอฟต์แวร์สำหรับอุปกรณ์เฉพาะ

Web Development

การพัฒนาส่วนหน้า (ส่วนที่มองเห็นได้ของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน) Back End Development Program ที่หลังบ้าน.
(ทำงานเบื้องหลังประเภทของฐานข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน) Full Stack Developer การพัฒนา Full stack ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของบ้านเป็นความเชี่ยวชาญที่สมบูรณ์แบบของทั้งคู่ สามารถใช้ได้กับเว็บสแต็กสแต็กมือถือหรือสแต็กแอปพลิเคชันเนทีฟเช่นโปรแกรมซอฟต์แวร์เฉพาะสำหรับอุปกรณ์

Front End Developers คือ ผู้พัฒนาโปรแกรมในส่วนหน้าที่มองเห็นได้ทันทีของเว็บไซต์หรือที่หลายคนเรียกว่าโฮมเพจที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้ และโต้ตอบกันภายในเว็บเบราว์เซอร์

ในส่วนของหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นบนมือถือเป็นส่วนที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้ และโต้ตอบโดยตรงมันถูกสร้างขึ้นในภาษากลางที่ต้องรู้ ตัวอย่างเช่น HTML CSS JavaScript

HTML (Hypertext Markup Language) เป็นกระดูกสันหลังของเว็บ ทุกเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมสร้างขึ้นด้วย HTML เป็นผู้รับผิดชอบโครงสร้าง และเนื้อหาทั้งหมดเป็นภาษาที่ใช้แท็กเพื่อกำหนดการแสดงหน้าเว็บที่เชื่อมต่อกันในไฮเปอร์สเปซผ่านไฮเปอร์ลิงก์

HTML5 คือ HTML ที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อนำเสนอบนหน้าเว็บ แม้ว่าเว็บไซต์ที่สร้างด้วยเวอร์ชันเก่าจะยังคงทำงานได้ดีบนเบราว์เซอร์ของคุณ แต่การพัฒนางานทำได้สะดวกและยิ่งง่ายก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ HTML5 ยังได้รับการพัฒนาเป็นภาษามาร์กอัปสำหรับ HTML5 รุ่นต่อไป

CSS (Cascading Style Sheets) หรือ“ Style Sheets” ควบคุมวิธีแสดง HTML บนหน้าเว็บ CSS สามารถกำหนดสีแบบอักษรภาพพื้นหลังและแม้กระทั่งตำแหน่งที่อยู่บนหน้าเว็บ สวยงามคุณสามารถใช้ CSS เพื่อจัดเรียงองค์ประกอบ HTML บนหน้าเว็บไซต์ตามที่คุณต้องการ แม้ว่าจะแตกต่างจากลำดับการจัดเรียงไฟล์ HTML แต่ CSS3 คือ CSS ที่อัปเดตไปยังเว็บ และเพิ่มคุณสมบัติมากมายสำหรับสิ่งต่างๆที่ทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นการโต้ตอบพื้นฐานและภาพเคลื่อนไหวเป็นต้น

ตอนนี้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ด้วย HTML และ CSS ได้แล้ว แต่คุณยังต้องใช้ร่วมกับ JavaScript เหมือนตัวเปลี่ยนเกม กล่าวอีกนัยหนึ่ง JavaScript สามารถช่วยให้นักพัฒนาสร้างหน้าเว็บเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขา และน่าสนใจยิ่งกว่าเก่าเพิ่มความสามารถในการโต้ตอบกับภาพเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และยังช่วยให้คุณสร้างเว็บแอปพลิเคชันแบบเต็มรูปแบบซึ่งดีกว่าหลายเท่า

ย้อนเวลากลับไป ปี 2012 เว็บเบราว์เซอร์ใช้เพื่ออธิบายความหมายผิดๆของ JavaScript มากมาย ดังนั้นการเพิ่มฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อนด้วย JavaScript จึงไม่ใช่ความคิดที่ดีเสมอไป แต่เบราว์เซอร์นั้นจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากทำงานกับ JavaScript สิ่งที่เคยสงวนไว้สำหรับ “Back end” และภาษาโปรแกรม JavaScript สามารถพัฒนาได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังรวมถึงการสร้าง Frameworks เช่น AngularJs, jQuery และ Node.js เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป Front End มักใช้ HTML, CSS และ JavaScript เพื่อเขียนโค้ดเว็บไซต์ของตน ซึ่งบรรทัดนี้เป็นผู้ที่ทำการออกแบบและสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้งานบางเว็บไซต์อาจสร้างด้วย HTML, CSS, และ JavaScript เท่านั้นอย่างไรก็ตามเว็บไซต์อื่น ๆ จะมีโค้ดซ่อนอยู่ที่ส่วนหลังเพื่อเพิ่มหรือปรับปรุงส่วนหน้าของเว็บไซต์นั่นเอง